วัดคิโยมิสึ (Kiyomizu-dera) หรือเรียกว่าวัดน้ำใสตั้ง อยู่บนเนินเขาฮิงายามา สาเหตุที่เรียกว่า "วัดน้ำใส" ก็เนื่องมาจากมีน้ำศักดิ์สิทธิ์จากแม่น้ำ 3 สาย ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติไหลมาจากเทือกเขา สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 788 (สมัยนาระ ประมาณปี พ.ศ.1321) เพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักต์ หรือสร้างขึ้นมาก่อนที่เกียวโตจะเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่น วัดคิโยมิสึถือเป็นเป็นมรดกโลกอันเก่าแก่กว่า 1500 ปี ทางเดินขึ้นสู่วัดเรียกกันว่า “ถนนสายกาน้ำชา” เนื่องจากในอดีตเคยมีร้านขายถ้วยชาเครื่องปั้นดินเผาเรียงรายตลอดสองข้าง ทาง ปัจจุบันมีร้านขายของที่ระลึกต่างๆมากมายให้เลือกซื้อ แต่ก็ยังคงหลงเหลือร้านเหล่านี้อยู่บ้างให้ได้สัมผัสกับบรรยากาศเก่าแก่ ที่หาชมได้ยาก ทางขึ้นวัดคิโยมิสึตลอดสองข้างทางมีร้านขายของฝากของที่ระลึกสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ ชุดกิโมโน ตุ๊กตาในชุดกิโมโน พัดสารพัดแบบ ร่ม เข็มกลัด ที่ติดตู้เย็น เป็นต้น ขนมที่มีตัวอย่างให้ชิมก่อนตัดสินใจซื้อ เช่น ขนมไส้ต่างๆ ที่มีส่วนผสมของชาเขียว ของที่เกี่ยวกับศาสนา ความเชื่อ จำพวกเครื่องราง และอื่นๆ ละลานตาไปหมด ทางเข้าวัดจะเห็นเจดีย์ 3 ชั้นหลังใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ชื่อว่าเจดีย์ซันจุโนโตะ เข้าไปภายในมีศาลาประดิษฐานพระโพธิสัตว์ แต่ที่ขึ้นชื่อของวัดนี้คือระเบียง ของศาลาหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาด้วยเสาไม้ต้นมหึมา หลายต้น มองเห็นตัวเมืองได้ชัดเจน วัดยังมีสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือวิหารที่มีระเบียงไม้ยื่นออกมานอกตัว อาคาร ซึ่งมีเสาค้ำยันถึง 139 ต้น อีกทั้งยังเป็นการก่อสร้างอาคารโดยการใช้สลักยึดอาคาร แทนการใช้ตะปูยึดอีกด้วย จุดเด่นอยู่ที่การสร้างวิหารริมเชิงเขา ซึ่งใช้ไม้ซุงขนาดใหญ่ประมาณ 130 ต้น ซ้อนกันขึ้นไปเป็นฐาน ดคิโยมิสึ ได้รับการดูแลทำนุบำรุงอย่างดีจากรัฐและชาวเกียวโต ทำให้สภาพวัดและโบราณสถานทางพุทธศาสนายังคงความเก่าแก่และสมบูรณ์มาก ทำให้องค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกแห่งหนึ่ง และถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโตด้วย อาคารหลักของวัดคิโยมิซึ เป็นที่รู้จักจากระเบียงขนาดใหญ่สูง 13 เมตร มีเสาไม้กว่าร้อยต้นรองรับ สร้างยื่นออกจากด้านข้างของเนินเขา จากระเบียงนี้สามารถมองเห็น ทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองเกียวโตได้ วลีที่กล่าวว่า "กระโดดจากระเบียงวัดคิโยมิซึ" มีความหมายพ้องกับคำกล่าวในภาษาอังกฤษที่ว่า "To take the plunge" ซึ่งหมายความว่า ตัดสินใจกะทันหัน หรือกล้าตัดสินใจ วลีนี้มีที่มาจากความเชื่อในสมัยเอโดะ ที่ว่า หากผู้ใดสามารถกระโดด จากระเบียงวัดแล้วสามารถรอดชีวิตได้ ความปรารถนาของผู้นั้นจะสัมฤทธิ์ผล คำอธิบายที่น่าจะเป็นไปได้ในการรอดชีวิตจากการกระโดดระเบียงคือ ด้านล่างของระเบียงมีต้นไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ซึ่งอาจจะชะลอแรงจากการตกได้บ้าง ในปัจจุบันทางวัดห้ามมิให้มีการกระโดดระเบียง แต่ในสมัยเอโดะมีการบันทึกไว้ว่า มีผู้มากระโดดถึง 234 คน และรอดชีวิตได้คิดเป็นร้อยละ 85.4 ของทั้งหมด photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-001_zps6257fd15.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-002_zps5e968a02.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-003_zps5aa541b5.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-004_zpsdfe4c1db.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-005_zps0f3c653d.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-006_zpsfd22debd.jpg photo E410E150E480E070E2D0E310E250E1A0E310E490E210-009-007_zpsa24bb7b6.jpg



แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิกใหม่ | เข้าสู่ระบบ
  • katingthai

    ขอบคุณครับ อัลบั้มนี้ผมทำภาพมาใหม่ครับ

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 15:27
  • teerawat

    ใสๆเลย

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:17
  • teerawat

    แจ่มเลยครับ

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:16
  • teerawat

    โอ้ววว ต้นไม้หลากสีงามมาก

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:16
  • teerawat

    สวยจัง ฟ้าใสกิ๊กเลย

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:16
  • teerawat

    เพียบเลย

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:15
  • teerawat

    คนเยอะจังคับ

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:15
  • teerawat

    ตามไปเที่ยวด้วยคนครับน้า

    โพสเมื่อ 12 ก.ค. 56 เวลา 14:14
  • hookkae

    สวยครับ...

    โพสเมื่อ 8 ก.ค. 56 เวลา 16:35